บทที่ 10 ตอนที่ 9
เมื่อพี่เลี้ยงเริ่มรักษาระยะห่าง
ความเงียบปกคลุมโต๊ะทำงานมุมสุดของแผนกทรัพยากรบุคคล ฟ้าจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาว่างเปล่า นิ้วมือค้างอยู่บนคีย์บอร์ดโดยไม่ได้กดพิมพ์ตัวอักษรใดลงไป
เรื่องราวความวุ่นวายเมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ท่าทางหวงก้างเกินเหตุของเด็กฝึกงาน แววตาดุดันตอนที่ปะทะคารมกับพนักงานรุ่นพี่แผนกการตลาด และประโยคประกาศความเป็นเจ้าของหน้ามึนประโยคนั้น
ฟ้าถอนหายใจยาวพลางทบทวนเรื่องราวทั้งหมด เด็กคนนี้รุกหนักเกินไป ซ้ำยังพกความรวยระดับลูกคุณหนูมาเต็มกระเป๋า ฐานะของเขากับเธอแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่เพิ่งเริ่มทำงาน หาเงินผ่อนหนี้กยศ. ส่วนเขาอาจจะเป็นทายาทนักธุรกิจที่ใส่นาฬิกาเรือนละล้านขับรถสปอร์ตคาร์มาฝึกงานแก้เบื่อหรืออาจจะทำเพื่อให้จบหลักสูตรไวๆ
ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอันตราย ฟ้าตัดสินใจเด็ดขาดว่าเธอต้องสร้างกำแพงและเว้นระยะห่างให้ชัดเจน ก่อนที่หัวใจของเธอจะถลำลึกไปมากกว่านี้
แปะ
กล่องพลาสติกใสบรรจุครัวซองต์เนยสดชิ้นโตส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ ฟ้าเงยหน้าขึ้นมองตัวการ ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาชายส่งยิ้มหวานแฉ่งมาให้เหมือนทุกเช้า
"ครัวซองต์ร้านนี้อร่อยมากครับพี่ฟ้า ผมต่อคิวซื้อมาให้เลยนะ" พีชเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
ฟ้าปรายตามองขนมตรงหน้า ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดันกล่องพลาสติกนั้นกลับไปหาเขา
"พี่กินข้าวเช้ามาจากหอแล้ว พีชเก็บไว้กินเองเถอะ" น้ำเสียงของเธอเรียบตึงและเป็นทางการจนคนฟังชะงัก
รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ จางลง พีชมองท่าทีเย็นชาของพี่เลี้ยงด้วยความแปลกใจ ปกติถ้าเป็นเรื่องของกิน ฟ้าจะไม่เคยปฏิเสธแถมยังทำตาเป็นประกายเสมอ
"แต่ผมตั้งใจซื้อมาให้พี่ฟ้านะครับ เก็บไว้กินตอนสายๆ ก็ได้"
"พี่บอกว่าไม่กินก็คือไม่กิน เอาไปเก็บซะ"
ฟ้าตัดบทเด็ดขาดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเขาอีก เธอหันเก้าอี้ไปหาพนักงานรุ่นพี่ที่นั่งอยู่โต๊ะติดกัน
"พี่มายด์คะ ช่วงเช้าฟ้าต้องเคลียร์แฟ้มสรุปยอดวันลาของพนักงานทั้งบริษัท รบกวนพี่มายด์ช่วยสอนน้องพีชเรื่องการคีย์ข้อมูลลงระบบทีนะคะ ฟ้าคงไม่มีเวลาดูน้องเลย"
พี่มายด์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความงุนงง เพราะปกติฟ้าจะทำหน้าที่พี่เลี้ยงและเป็นคนสอนงานเด็กฝึกงานคนนี้เองทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของรุ่นน้อง พี่มายด์จึงพยักหน้ารับคำ
"ได้สิจ๊ะ น้องพีชย้ายเก้าอี้มานั่งฝั่งพี่เลยลูก เดี๋ยวพี่สอนระบบให้เอง"
พีชยืนนิ่งอยู่กับที่ นัยน์ตาสีเข้มทอดมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่เลี้ยงสาวอวบที่เอาแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขารับรู้ได้ทันทีถึงกำแพงสูงตระหง่านที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขาและเธอ อาการหวงก้างของเขาเมื่อวานคงทำให้เธอตื่นตระหนกและเลือกที่จะถอยหนี
ร่างสูงยอมถอยทัพ เขาย้ายเก้าอี้ไปนั่งเรียนงานกับพี่มายด์อย่างเงียบเชียบ ไม่มีการพูดจากวนประสาท ไม่มีการเรียกร้องความสนใจแบบลูกคุณหนูเอาแต่ใจอีกต่อไป
ตลอดช่วงเช้า บรรยากาศระหว่างฟ้าและพีชเต็มไปด้วยความอึดอัด ฟ้าก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่แม้แต่จะหันไปมองโต๊ะข้างๆ ส่วนพีชก็นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นิ่งสนิท มีเพียงเสียงคลิกเมาส์เป็นระยะที่บ่งบอกว่าเขายังคงทำงานอยู่
เวลาล่วงเลยจนถึงพักเที่ยง พนักงานในแผนกเริ่มทยอยลุกจากโต๊ะเพื่อลงไปหาอาหารกิน ฟ้าหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วลุกขึ้นเดินตามกลุ่มพี่มายด์ออกไปจากห้องทันที โดยไม่แม้แต่จะหันไปเอ่ยชวนเด็กฝึกงานที่นั่งอยู่ตรงนั้น
พีชมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินห่างออกไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจยาว ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง เมื่อโหมดคุณชายเอาแต่ใจถูกสกัดดาวรุ่ง หมาเด็กจอมเจ้าเล่ห์จึงต้องสลับสวิตช์กลับมาใช้ไม้ตายเดิม
บ่ายโมงตรง
ฟ้าเดินกลับเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับแก้วชาเย็นเข้มๆในมือ ภายในแผนกยังคงว่างเปล่าเพราะพนักงานส่วนใหญ่ยังไม่กลับขึ้นมา ทว่าที่โต๊ะทำงานมุมสุด เธอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของเด็กฝึกงานนอนฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะทำงาน นิ่งสนิทไม่ไหวติง
ฟ้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะตัวเอง แอบลอบมองคนข้างๆ เขาไม่ได้หลับ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเปิดลืมตาจ้องมองผืนโต๊ะอย่างไร้จุดหมาย ท่าทางซึมกระทือเหมือนลูกหมาโกลเด้นที่ถูกเจ้าของทิ้งให้อยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง
โครก
เสียงท้องร้องดังแว่วมาจากร่างสูงที่ฟุบอยู่ ฟ้าชะงัก เธอเหลือบมองนาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นี่มันเลยเวลาพักเที่ยงมาแล้ว เด็กคนนี้ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงหรือไง
ฟ้าพยายามทำใจแข็ง เธอนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเปิดแฟ้มงานขึ้นมาอ่าน ท่องในใจว่าอย่าใจอ่อน เธอต้องรักษาระยะห่าง ต้องไม่ให้ความหวัง ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
สิบนาทีผ่านไป พีชยังคงนอนฟุบอยู่ที่เดิม เสียงท้องร้องของเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิมจนคนนั่งโต๊ะติดกันได้ยินชัดเจน
ฟ้ากัดริมฝีปากตัวเองแน่น สมาธิในการอ่านเอกสารแตกกระเจิงไปหมด เธอทนความขี้สงสารของตัวเองไม่ไหว ภาพเด็กหนุ่มตัวโตที่คอยวิ่งซื้อขนมซื้อน้ำมาประเคนให้เธอทุกวันตลบกลับมาโจมตีความรู้สึกผิดในใจ
หญิงสาวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินจ้ำอ้าวออกจากแผนกไปที่ตู้สวัสดิการหยอดเหรียญตรงมุมพักผ่อนของชั้น
ไม่ถึงห้านาที ฟ้าก็เดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของพีช แซนด์วิชทูน่าห่อพลาสติกและนมจืดหนึ่งกล่องถูกวางแหมะลงบนพื้นที่ว่างหน้าคอมพิวเตอร์ของเขา
"ลุกขึ้นมากินเดี๋ยวนี้ ปล่อยให้ตัวเองหิวทำไม" ฟ้ายืนกอดอกดุเสียงเรียบ
พีชค่อยๆ ผงกศีรษะขึ้นมา เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมั่นใจและแพรวพราวบัดนี้หม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขามองแซนด์วิชบนโต๊ะสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของพี่เลี้ยง
"ผมไม่อยากกิน กินไม่ลง" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ
"ทำไมถึงกินไม่ลง ตอนเช้าก็ไม่ได้กิน ตอนเที่ยงก็ปล่อยให้ท้องร้อง หรือคุณหนูอย่างเรากินแซนด์วิชตู้หยอดเหรียญไม่เป็น"
"ผมคิดว่าพี่ฟ้าเกลียดผมแล้ว"
คำพูดซื่อตรงที่พุ่งออกมาจากปากเด็กฝึกงานทำเอาฟ้าพูดไม่ออก สายตาตัดพ้อและท่าทางหงอยเหงาของเขาพังทลายกำแพงที่เธออุตส่าห์ก่อขึ้นเมื่อเช้าจนพังครืนลงมาอย่างง่ายดาย
ฟ้าถอนหายใจยาว ปล่อยแขนที่กอดอกลงข้างตัว
"พี่ไม่ได้เกลียด แต่เราต้องรู้จักขอบเขต พี่เป็นพนักงาน เป็นพี่เลี้ยง ส่วนเราเป็นเด็กฝึกงาน ทำตัวให้มันพอดี อย่าล้ำเส้น อย่าทำตัววุ่นวายเหมือนเมื่อวานอีก เข้าใจไหม" เธอพยายามอธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
พีชพยักหน้ารับช้าๆ มือหนาเอื้อมไปหยิบแซนด์วิชทูน่ามาแกะห่อพลาสติกออก เขากัดขนมปังเข้าปากเคี้ยวเงียบๆ ท่าทางว่าง่ายและไม่เถียงสักคำยิ่งทำให้ฟ้าอุ่นใจว่าเขาคงเข้าใจสิ่งที่เธอสื่อออกไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเด็กในความดูแลยอมกินข้าว ฟ้าก็หมดห่วง เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า มือหนาของคนที่กำลังเคี้ยวแซนด์วิชก็เอื้อมมาคว้าข้อศอกของเธอเอาไว้หลวมๆ
ฟ้าชะงัก ก้มลงมองมือใหญ่ที่จับแขนเธออยู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองหน้าเขา
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่เพิ่งกลืนอาหารลงคอ แววตาหมาหงอยน่าสงสารเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นัยน์ตาสีเข้มกลับมาทอประกายวิบวับและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของลูกคุณหนูจอมวางแผน
เขาดึงแขนเธอเบาๆ ให้ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นนมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก
"ถ้าพี่ฟ้าหลบหน้าผมอีก ผมก็จะนั่งอดข้าวประท้วงอยู่ตรงนี้ทุกวันเลยคอยดู ให้มันรู้ไปว่าพี่เลี้ยงใจร้ายจะทนดูเด็กในความดูแลไส้แห้งตายคาโต๊ะทำงานได้" น้ำเสียงกระซิบนั้นทั้งออดอ้อนและแฝงไปด้วยความท้าทาย
ฟ้าเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าอย่างจัง เธอเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ท่าทางหงอยเหงาและเสียงท้องร้องเมื่อครู่ เป็นเพียงหนึ่งในแผนการเรียกร้องความสนใจของหมาเด็กจอมมารยาคนนี้เท่านั้น
"เด็กบ้า ดื้อที่สุด"
ฟ้าสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม รีบจ้ำอ้าวกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของพีชดังแว่วมาให้ได้ยินยิ่งทำให้เธอรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ต่อให้เธอจะพยายามสร้างกำแพงหนาแค่ไหน หรือเปลี่ยนโหมดเป็นพี่เลี้ยงเจ้าระเบียบเพียงใด สุดท้ายเธอก็ตกหลุมพรางความขี้อ้อนและความเจ้าเล่ห์ของเขาอยู่ดี รู้ตัวอีกที ฟ้าก็ยอมรับกับตัวเองอย่างหมดสภาพแล้วว่า เธอไม่มีวันตามเล่ห์เหลี่ยมของเด็กฝึกงานหน้ามึนคนนี้ทันเลยจริงๆ
